Lytro ถ่ายก่อน โฟกัสทีหลัง

posted on 04 Aug 2011 15:24 by hungergraphy  in News

Lytro เป็นบริษัทน้องใหม่ที่จะมาปฏิวัติกล้องถ่ายรูป ด้วยกล้อง “Light Field” ที่กำลังพัฒนากันอยู่
พวกเค้าประกาศไว้ว่ากล้องตัวนี้จะมาเปลี่ยนประสบการณ์การถ่ายภาพของเราตลอดไป 

 เทคโนโลยี “Light Field” นั้นได้มีการค้นคว้ามาเป็นร้อยปีแล้ว ในทางทฤษฎีนั้นหมายถึง การเก็บภาพที่เกิดจากแสงทั้งหมดที่ตกกระทบวัตถุทุกชิ้น แล้วสะท้อนเข้ามายังกล้อง โดยเก็บแสงจากทุกทิศทางและทุกจุดตั้งแต่ระยะใกล้ไปถึงระยะไกล

ในการค้นคว้าก่อนหน้านี้ การถ่ายภาพ “Light Field” จะต้องใช้กล้องหลายร้อยตัวต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะบันทึกภาพแบบ “Light Field” และจากการค้นคว้าทดลองของ Lytro พวกเค้าจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ออกจากห้องทดลองมาให้เราได้ใช้กัน

 

 นวัตกรรมของกล้อง “Light Field” คือตัวเลนส์กับเซ็นเซอร์ที่ใช้บันทึกภาพ ตัวเลนส์เกิดจากการนำเลนส์ขนาดเล็กมาเรียงกัน เพื่อนำพาแสงทั้งหมดจากทุกทิศทาง เข้ามาสู่ตัวเซ็นเซอร์ที่จะเก็บรัศมีของแสงทั้งหมดที่ตกกระทบวัตถุทุกๆอย่าง ที่มองเห็นจากตัวกล้องตั้งแต่ระยะใกล้ไปถึงระยะไกล นอกจากนี้  Lytro ยังได้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่สามารถให้เราเลือกโฟกัสในตำแหน่งต่างๆ ได้ทีหลังบนคอมพิวเตอร์อีกด้วย

 

 ถ่ายไปก่อน โฟกัสทีหลัง ฟังแล้วน่าสะดวกมากๆ

 

 ทาง Lytro คาดว่าจะวางตลาดได้ในช่วงปลายปีนี้ ในส่วนของราคา ทางผู้บริหารได้แต่เพียงบอกว่าจะเป็นราคาที่สมเหตุผล ที่ทุกคนสามารถซื้อหาได้

ภาพตัวอย่างจาก Lytro

 คลิ้กที่ลิ้ง แล้วเลื่อนไปด้านล่างเพื่อไปดูภาพตัวอย่างที่เว็บไซต์ ขอโทษทีนะครับพยายามใส่ที่บล้อกแล้วใส่ไม่ได้ -*-

ภาพประกอบ Plankingช่วงนี้เดินไปไหนมาไหนแล้วเจอคนกำลังนอนคว่ำหน้านิ่งๆ อยู่ตามสถานที่ต่างๆ อย่าพึ่งตกอกตกใจร้องเรียกตำรวจ ให้หันไปมองรอบๆ ว่ามีคนถือกล้องอยู่หรือเปล่า
เพราะพวกเค้าอาจจะแพล้งกิ้งกันอยู่!!!

ถ้าคุณเป็นคนที่รักการถ่ายรูป อย่าตกกระแสนี้ รีบมาทำความรู้จักกับกิจกรรม
สุดฮิต Planking (แพล้งกิ้ง) กันดีกว่า

Planking (แพล้งกิ้ง) เป็นกิจกรรมที่กำลังฮิตในหลายๆ ประเทศทั่วโลก มันเป็นการโพสท่าแบบแกล้งตายในสถานที่ต่างๆ แล้วถ่ายรูปมาโชว์เพื่อนๆ กันใน
โซเซี่ยลเน็ตเวิร์ต

กติกาก็ง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก แค่ทำตัวเป็นไม้กระดาน โดยการนอนคว่ำลงไปกับพื้น
โดยให้มือทั้งสองข้างแนบลำตัว ขาเหยียดตรง เท้าชิดและให้ปลายเท้าชี้ลงพื้น

ส่วนสถานที่ถ้าจะให้เจ๋งก็ต้องเป็นสถานที่สาธารณะที่มีคนเยอะๆ หรือสถานที่แปลกๆ
ที่คนดูแล้วจะคิดว่ามันทำไปได้ยังไง -_-“


ภาพประกอบ Planking  ภาพประกอบ Planking

ภาพประกอบ Planking  ภาพประกอบ Planking


การ Planking มีมานานหลายปีแล้ว ในบางประเทศจะรู้จักกิจกรรมนี้กันในชื่อ Lying Down Game แต่มันเริ่มมาพีคสุดๆ ในกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อมีคนเสียชีวิตจากการทำแพล้งกิ้ง เป็นชาวออสเตรเลีย ชื่อ Acton Beale อายุ 20 ปี ที่พยายามจะทำแพล้งกิ้งตอนตีสี่ บนราวระเบียง ชั้น 7 ในอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง แล้วพลาดท่าตกลงมาเสียชีวิต

การจะแพล้งกิ้งกันให้สนุกสนาน ก็ควรจะตั้งกฏกันไว้สักหน่อยนะครับ

1. ไม่รบกวนผู้อื่น 
2. ไม่เข้าไปในเขตหวงห้าม 
3. ไม่ทำลายสิ่งของสาธารณะเสียหาย 
4. ไม่เสี่ยงชีวิต


ลองมาดู Photoshop Planking กัน

ภาพประกอบ Planking  ภาพประกอบ Planking

ภาพประกอบ Planking  ภาพประกอบ Planking


เอิ่มมมมมมมม ส่วนสองภาพนี้ ไม่แนะนำนะครับ เพราะสุดท้ายโดนจับทั้งคู่

ภาพประกอบ Planking  ภาพประกอบ Planking


มาดูการแพล้งกิ้งอย่างสร้างสรรค์ที่ประเทศไต้หวันกันดีกว่า สองสาวชาวไต้หวัน Karren กับ Jinyu โดยทั้งสองเรียกตัวเองว่า Pujie Girls ได้ทำแพล้งกิ้งเพื่อทำการรณรงค์ให้ผู้คนหันมาสนใจชะตากรรมของสุนัขจรจัด และพวกเธอก็ได้ไปทำแพล้งกิ้งตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในไต้หวันอีกด้วย

ภาพประกอบ Planking

ภาพประกอบ Planking  ภาพประกอบ Planking

ภาพประกอบ Planking  ภาพประกอบ Planking


พวกเราฮังเกอร์กราฟฟี่ ขอแนะนำทุกๆคน ให้แพล้งกิ้งกันอย่างสร้างสรรค์

พองาม และอย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกันนะครับ

 

 

แพล้งกิ้งโดนๆ จากประเทศต่างๆ


ภาพประกอบ Planking  ภาพประกอบ Planking

ภาพประกอบ Planking  ภาพประกอบ Planking

ภาพประกอบ Planking  ภาพประกอบ Planking

 

บังคับเวลาด้วย Shutter

posted on 13 Jun 2011 15:30 by hungergraphy  in Photography

คุณเคยเห็นรูปพลุที่ส่องสีสันกระจายเต็มท้องฟ้า รูปน้ำตกที่มีธารน้ำยาวราวกับสายไหม หรือ รูปแสงไฟจากรถยนต์ที่เป็นเส้นยาวเหมือนการตวัดภู่กันของจิตรกร บ้างหรือเปล่า

รูปดังกล่าวเกิดขึ้นได้เพราะมีเวลา “บรรจุ” ไว้ไม่เท่ากัน โดยธรรมชาติแล้วเราคิดว่าการถ่ายภาพจะได้ภาพที่นิ่งไม่ไหวติง แต่ถ้าเราเพิ่มเวลาในการบันทึกภาพเข้าไป เราจะสามารถใส่ความเคลื่อนไหวเข้าไปในภาพได้ และภาพที่ดูนิ่งเฉยก็สามารถมีชีวิตขึ้นมาได้! นี่คือศาสตร์และศิลป์ของชัตเตอร์

ภาพประกอบ บังคับเวลาด้วย Shutter


โดยปกติแล้วความไวของชัตเตอร์จะถูกกำหนดไว้เป็นตัวเลขเช่น 1/30, 1/1000 หรือ 3”
1/2 หมายถึง หนึงในสองส่วน ของหนึ่งวินาที (ครึ่งวินาที) ที่ชัตเตอร์จะเปิดรับแสง
1/30 หมายถึง หนึ่งในสามสิบส่วน ของหนึ่งวินาที ที่ชัตเตอร์จะเปิดรับแสง 
1/1000 หมายถึง หนึ่งในพันส่วน ของหนึ่งวินาที ที่ชัตเตอร์จะเปิดรับแสง
3” หมายถึง ชัตเตอร์จะเปิดรับแสงสามวินาที


ภาพนี้ถ่ายที่ 1/1000 วินาที หยดน้ำแทบจะหยุดอยู่กลางอากาศ

ภาพประกอบ บังคับเวลาด้วย Shutter

ภาพประกอบ บังคับเวลาด้วย Shutter


ภาพนี้ถ่ายที่  เปิดชัตเตอร์ค้างไว้ ที่พลุออกมาเป็นเส้นๆ อย่างนี้ เพราะว่าเราเปิดชัตเตอร์ให้บันทึกภาพตั้งแต่มันลอยจากพื้นขึ้นไป
จนกระทั่งแตกตัวออกมา

ภาพประกอบ บังคับเวลาด้วย Shutter

ภาพประกอบ บังคับเวลาด้วย Shutter


ถ้าคุณเคยใช้กล้องดิจิตอล คอมแพ็กต์ถ่ายภาพในร้านอาหารหรือถ่ายภาพเวลาที่อยู่ในบ้านอาจจะสงสัยกันว่าทำไมรูปที่ออกมาถึงเบลอ นั่นเป็นเพราะว่าชัตเตอร์ถูกปรับให้รับแสงนานเกินไป เนื่องจากตัวเซ็นเซอร์ในกล้องจับได้ว่าเราถ่ายในที่ๆมีแสงน้อย ระบบเลยเพิ่มเวลาชัตเตอร์ให้นานขึ้นเพื่อให้รับแสงมากขึ้น 

การตั้งชัตเตอร์ที่ดีต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น ความสว่างของแสงรอบข้าง รูม่านรับแสง ความไวแสงของฟิล์มหรือเซ็นเซอร์ และความรู้สึกที่ต้องการสื่อออกมาในภาพ ใช้ชัตเตอร์ให้ถูกกรณีแล้วรูปของคุณจะสามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจได้!


ภาพตัวอย่าง


มุมที่ 1 

ภาพประกอบ บังคับเวลาด้วย Shutter

ภาพประกอบ บังคับเวลาด้วย Shutter


มุมที่ 2

ภาพประกอบ บังคับเวลาด้วย Shutter

ภาพประกอบ บังคับเวลาด้วย Shutter

 

 

ISO - ความไวแสง คืออะไร?

posted on 13 Jun 2011 15:10 by hungergraphy  in Photography

ภาพประกอบ ISO

หน้าที่ของ ISO มีไว้บ่งบอกให้ผู้ถ่ายภาพทราบว่าฟิล์มหรือเซ็นเซอร์กล้องนั้นมีความไวต่อแสงเท่าไรตัวเลขยิ่งมาก ความไวต่อแสงก็มากขึ้นตามไปด้วย

ISO หรือความไวแสง นั้นถูกแบ่งแยกด้วยตัวเลข เช่น ISO 100, 200, 400 ไปถึงเป็นแสนก็มี สมัยก่อนการเลือกใช้ฟิล์มให้ถูกต้องนั้นแทบจะสำคัญพอๆกับการเลือกเลนส์เลยก็ว่าได้!

ทำไมน่ะหรือ? เพราะว่า ISO หรือความไวแสง จะมีผลต่อทั้งความเร็วชัตเตอร์และม่านรับแสงโดยตรง ถ้าเราใช้ ISO ต่ำ ถ่ายภาพกลางแจ้งที่มีแสงแดด อาจจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าหากใช้ ISO ต่ำ ถ่ายภาพในสถานที่ๆมีแสงน้อย ภาพที่ออกมาก็จะมืดเกินไป ทำให้เราต้องมาชดเชยแสงด้วยการลดความเร็วชัตเตอร์หรือเพิ่มม่านรับแสง ซึ่งบางครั้งภาพก็จะออกมาเบลอ และอาจทำให้เราพลาดเป้าหมายของเราไปได้

ภาพประกอบ ISO


ถ้าเราตั้ง ISO สูง ภาพก็จะสว่างขึ้น แต่ถ้าตั้งเยอะเกินไป รูปก็อาจจะมี Grain หรือ Noise ได้ มาดูตัวอย่างกันดีกว่า 

ภาพประกอบ ISO


รูปนี้ตั้ง ISO ที่ 10000 ซึ่งถ้าดูไกลๆ อาจจะไม่เห็น Noise เท่าไหร่ แต่ถ้าซูมเข้าไป ก็จะเห็นว่าในรูปมีจุดหยาบๆอยู่
จุดหยาบๆ เหล่านี้แหละที่เราเรียกว่า Grain หรือ Noise

ภาพประกอบ ISO


ตัวอย่างอีกรูปหนึ่ง ISO 2500

ภาพประกอบ ISO


เมื่อซูมเข้าไปใกล้ๆ ก็จะเห็น Noise บ้าง แต่ก็น้อยกว่าของ ISO 10000

ภาพประกอบ ISO


คุณอาจจะสงสัยว่าถ้าตั้ง ISO ไว้สูงๆ แล้วมันเกิด Noise เยอะ แล้วจะใช้ทำไมละ?เหตุผลก็คือ ถ้าลด ISO แล้ว Noise ลดลงก็จริง แต่อย่าลืมว่าตัวเซ็นเซอร์ก็จะรับแสงได้น้อยลง เราอาจจะชดเชยแสงโดยการตั้งชัตเตอร์ให้ช้าลง ถ้าลดชัตเตอร์ลงมาที่ 1/30 น่าจะพอจับภาพได้ แต่ว่ามือของคนเรามักไม่นิ่งเท่าไหร่หายใจทีก็กระเพื่อมที ซึ่งอาจจะทำให้ภาพเบลอจนดูไม่ได้เลยก็ได้ หรือจะเพิ่มม่านรับแสงก็ได้ แต่ว่าความชัดลึกของจุดโฟกัสก็จะสั้นลง แถมยังเสี่ยงกับการที่ภาพจะเสียความ คมชัดไป ที่สำคัญไม่ใช่ว่าเลนส์ทุกตัวจะสามารถเปิดม่านกว้างได้หมดทุกตัว 

ภาพประกอบ ISO

 

สถานการณ์ตัวอย่าง


ถ่ายรูปในที่แสงแดดจ้าๆก็เลือกใช้  ISO ต่ำๆ ภาพจะได้มี Noise น้อยลง

ถ่ายรูปในที่ร่ม หรือที่มีแสงสลัวๆ ก็ใช้ ISO สูงหน่อย (ยอมแลก Noise ยังดีกว่าได้ภาพมืดๆหรือเบลอเกินไป)

การเลือกใช้ ISO ให้ถูกต้องตามสถานการณ์จะช่วยให้คุณก้าวข้ามอุปสรรคหลายๆอย่าง และสามารถถ่ายรูปในสภาพแวดล้อมที่ยากๆ ได้ เลือกใช้ ISO ให้ถูกนะครับ แล้วไม่ว่าสถานการณ์ไหนคุณก็จะพร้อมเสมอ!

 

 

ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสีเวลาที่มองภาพปู่ย่าตายายหรือภาพพ่อแม่สมัยหนุ่มสาว ที่ยังถ่ายเป็นภาพขาวดำกันอยู่
เคยอยากรู้กันบ้างไหม ว่าถ้าเป็นภาพสีมันจะเป็นยังไง รู้ไหมว่าคุณสามารถชุบชีวิตภาพ
ขาวดำเหล่านั้นให้กลายเป็นภาพสีได้ เรามาเติมสีสันให้กับภาพขาวดำกันเถอะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
สแกนภาพเข้าเครื่อง แล้วเปิดภาพขาวดำนั้นด้วยโปรแกรม Photoshop
ภาพตัวอย่างที่นำมาใช้ จะเป็นภาพของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) นะครับ
 
ก่อนอื่นเช็คก่อนว่าภาพที่เปิดขึ้นมานั้นอยู่ในโหมดสี RGB โดยไปที่ Image > Mode > RGB Color
 
ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี
 
 
เสร็จแล้วสร้างเลเยอร์ขึ้นมาหนึ่งอัน โดยไปที่ Layer > New > Layer… (หรือกด Shift + Ctrl + N)  
(ให้เลเยอร์นั้นอยู่ด้านบนของภาพขาวดำ)
 
ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี
 
 
ในขั้นตอนการทำเราจะค่อยๆ ระบายสีไปทีละส่วนๆ โดยจะแบ่งเป็น 1 สี สำหรับ 1 เลเยอร์ จากตัวอย่างจะเริ่มระบายที่หน้าก่อน
ดังนั้นในเลเยอร์นี้เลยตั้งชื่อไว้ว่า “หน้า” เพื่อจะได้จำได้ง่ายๆ
 
หลังจากนั้นให้เราคลิกที่ Brush บนทูลบาร์ (หรือกด B) แล้วเลือกหัวแปรงที่มีขอบฟุ้งๆ ส่วนขนาดเลือกได้ตามใจชอบ ขึ้นอยู่กับพื้นที่ๆ จะระบาย
เช่น ในตอนเริ่มอาจจะใช้หัวแปรงใหญ่หน่อยเพราะต้องระบายพื้นที่กว้าง แล้วค่อยมาเปลี่ยนหัวแปรงให้เล็กลงทีหลัง เมื่อระบายพื้นที่แคบๆ
ตามขอบ ตามมุม
 
ในตัวอย่างจะเลือกขนาดแปรงไว้ที่ 100 pixels ก่อน
 
ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี
 
 
เสร็จแล้วให้เลือกสีที่คิดว่าใกล้เคียงสีผิวที่สุด หรือให้ลองหาภาพสีที่เป็นรูปคน แล้วเอามาเปิดใน Photoshop 

แล้วใช้ Eyedropper (หรือกด i) ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี  เพื่อดูดสีผิวของคนจากภาพนั้นมาใช้

แล้วให้เริ่มระบายลงไป ในตัวอย่างจะเว้นส่วนตากับหนวดไว้ เพราะเดี๋ยวเราจะระบายสีแยกต่างหากสำหรับแต่ละส่วน

ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี

 
เมื่อลงสีเรียบร้อยแล้ว เราจะมาเปลี่ยน Blending mode ของเลเยอร์นี้ เพื่อให้มันกลมกลืนกับภาพด้านหลัง หลักๆ แล้ว จะเปลี่ยนเป็น Color หรือไม่ก็ Overlay ให้ลองเลือกดูระหว่างสองอันนี้ ว่าอันไหนใกล้เคียงที่สุด 
 
ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี
 
 
ภาพตัวอย่างจะเลือก Blending mode เป็น Color
 
ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี
 
 
หลังจากนั้นให้เรามาระบายส่วนอื่นๆ ต่อ โดยแบ่งเป็น 1 สี สำหรับ 1 เลเยอร์ สาเหตุที่ต้องแบ่งอย่างนี้เพราะว่าบางเลเยอร์อาจใช้ Blending mode เป็น Color บางเลเยอร์ใช้ Overlay และเพื่อง่ายต่อการแก้ไขในภายหลังด้วยในตัวอย่างจะแบ่งเป็น (จากบนลงล่าง) ผม หนวด ตาดำ ตาขาว หน้า เสื้อนอก เสื้อด้านใน พื้นหลัง
 
ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี
 
 
พอระบายครบทุกเลเยอร์แล้ว เราค่อยมาไล่เก็บรายละเอียดเล็กๆ อีกที เช่น ลงสีตามขอบๆ ให้ครบ โดยใช้หัวแปรงอันเล็ก
 
ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี
 
 
ในส่วนของ Blending mode ถ้าลองใช้ Color กับ Overlay แล้วไม่สมจริง ก็ให้ลองปรับไปใช้อันอื่นที่คิดว่าใกล้เคียงที่สุด
 
ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี
 
 
เพียงเท่านี้คุณก็สามารถชุบชีวิตภาพขาวดำให้กลายเป็นภาพสีได้แล้ว

 

ภาพตัวอย่าง

 
ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี  ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี
 
ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี  ภาพประกอบ เติมสีสันภาพขาวดำให้เป็นภาพสี
 
 
ภาพที่มีแสงรั่ว เป็นภาพที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องมาจากแสงที่รั่วเข้ามาในกล้องแล้วไปโดนบางส่วนของฟิล์ม ทำให้ฟิล์มส่วนนั้น
มีแสงที่โอเวอร์ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับกล้องฟิล์ม เช่น Holga โดยทั่วไปก็หาทางแก้โดยเอาเทปดำมาปิดตามขอบฝากล้อง 
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
สำหรับบางคนอาจจะไม่ชอบเมื่อภาพมีอาการแสงรั่ว เพราะทำให้ภาพดูไม่สมบูรณ์ แต่สำหรับบางคนจะคิดว่ามันคือ
ความสวยงามที่เกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ และชอบที่มันดูอาร์ตๆดี
 
และสำหรับคนที่ต้องการทำภาพให้มีแสงรั่วบ้าง สามารถทำได้ง่ายๆ โดยใช้ Photoshop เรามาดูวิธีการทำกันได้เลย
 
เปิดภาพของเราขึ้นมาในโปรแกรม Photoshop แล้วไปที่ Toolbar แล้วเลือก Edit in Quick Mask Mode (หรือกด Q)
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
 
แล้วไปที่ Image > Adjustment > Invert (หรือกด ctrl + i)
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
 
หลังจากนั้นภาพของเราจะเป็นสีแดง ไม่ต้องตกใจ ต่อไปกดเลือก brush โดยใช้แปรงแบบขอบฟุ้งๆ เลือกขนาดใหญ่ๆ หน่อย
เพราะว่าจะได้เอฟเฟ็คที่เหมือนกับแสงที่รั่วเข้ามาจริงๆ (ตัวอย่างเลือกขนาดไว้ที่ 400 px)
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
 
เสร็จแล้วเลือกสีเป็นสีขาว แล้วระบายลงไป (ให้สังเกตุว่าส่วนที่เป็นสีแดงจะหายไป) ส่วนที่หายไปจะเป็นส่วนที่เราต้องการให้มีแสงรั่วเข้ามา
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
ตอนนี้เรากำลังปรับแต่งภาพใน Quick Mask Mode
ดังนั้นที่เราระบายลงไปจะไม่มีผลกับตัวภาพของเรา
 
หลังจากที่เราระบายส่วนที่ต้องการให้ดูเหมือนแสงรั่วเรียบร้อยแล้ว ให้เราเลือก Edit in Quick Mask Mode (หรือกด Q) อีกครั้ง เพื่อออกจากการปรับแต่งภาพใน Quick Mask Mode ในตอนนี้ภาพของเราจะมีเส้นประขึ้นมา (ยังไม่ต้องไปสนใจ)
 
ให้ไปที่ Layer > New Adjustment Layer > Curves…
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
 
มันจะสร้างเลเยอร์ชื่อ Curves 1 ขึ้นมา แล้วพาเนล Adjustment ของเราจะขึ้นมาด้วย
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
 
ในส่วนของ RGB ให้ปรับเส้นโค้งขึ้นไปด้านบน (ตามภาพ)
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
 
เสร็จแล้วให้เลือกไปที่ Red (ตามภาพ)
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
 
และปรับเส้นโค้งไปด้านบนเช่นกัน (ตามภาพ)
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
 
หลังจากนั้นให้เลือกไปที่ Green และ Blue ตามลำดับ และปรับเส้นโค้งไปด้านล่าง (ตามภาพ)
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect     ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
 
เสร็จแล้วเราจะได้ภาพที่มีแสงรั่วอย่างที่ต้องการ ถ้ายังไม่พอใจในสีที่ได้ ให้ย้อนกลับไปปรับ Curve ได้ตามที่ต้องการ
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
 
ในกรณีที่ต้องการให้ภาพมีแสงรั่วเพิ่มเติม ให้กด Brush แล้วเลือกสีขาว แล้วระบายเพิ่มเติมในส่วนที่ต้องการให้มีแสงรั่ว 
(ให้อยู่ที่เลเยอร์ Curves 1 ที่เราสร้างขึ้นมา)
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
 
ในกรณีที่ต้องการลบแสงรั่ว ให้กด Brush แล้วเลือกสีดำ แล้วระบายในส่วนที่ต้องการให้ภาพกลับไปเป็นอย่างเดิม 
(ให้อยู่ที่เลเยอร์ Curves 1 ที่เราสร้างขึ้นมา)
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
 

ภาพตัวอย่าง

 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 
ภาพประกอบ Light Leak Effect
 

ทำภาพ Profile เจ๋งๆ สำหรับ Facebook

posted on 11 Jun 2011 10:13 by hungergraphy  in Retouch

ภาพประกอบ Facebook Profile Picture

เวลาที่เห็นหน้า Profile ของเพื่อนที่มีภาพต่อเนื่องตรงด้านบน เคยสงสัยบ้างไหมว่าเขาทำกันยังไง? คุณก็สามารถทำด้วยตัวเองได้ง่ายๆ เพียงแค่ดาวน์โหลดเทมเพลทที่เราสร้างมาให้ แล้วใช้โปรแกรม Photoshop ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอนคุณก็สามารถมีหน้า Profile เจ๋งๆ ไปอวดเพื่อนแล้ว

เรามาเริ่มทำ แล้วรีบเอาไปอวดเพื่อนกันดีกว่า

ก่อนอื่นไปดาวน์โหลดไฟล์เทมเพลทกันก่อน
ที่ www.hungergraphy.com >
กดที่นี่ 


(จะอยู่ในกล่องสีเหลี่ยมสีฟ้าๆ นะครับ) 



 

 

 หลังจากดาวน์โหลดเสร็จแล้ว เปิดไฟล์เทมเพลมขึ้นมาด้วย Photoshop

ภาพประกอบ Facebook Profile Picture


 แล้วนำภาพเข้ามาโดยไปที่  File > Place…  แล้วเลือกภาพที่ต้องการ

ภาพประกอบ Facebook Profile Picture


 หลังจากนั้นปรับขนาด และวางภาพให้ได้ตามที่ต้องการ แล้วกด Enter (อย่าลืมกด Shift ตอนขยายภาพ เพื่อไม่ให้ภาพผิดสัดส่วน)

ภาพประกอบ Facebook Profile Picture


ภาพที่เรานำเข้าไปต้องอยู่ใต้ layer ที่ชื่อ frame

ภาพประกอบ Facebook Profile Picture


เมื่อปรับภาพตามที่ต้องการแล้ว ให้เซฟ โดยไปที่ File > Save for Webs & Devices… เลือกไฟล์ภาพเป็นแบบ JPG
ส่วน Quality ให้ตั้งค่าไว้ที่ 100 แล้วกดเซฟ

ภาพประกอบ Facebook Profile Picture


(หลังจากนั้นจะมีป้อปอัพถามว่าจะเซฟไฟล์ที่ไหน ให้เลือกวางไฟล์ไว้ที่ Desktop)

เสร็จแล้วมาที่ Desktop แล้วหา Folder ชื่อ images (ไฟล์ที่เราเซฟจะมาอยู่ในโฟลเดอร์นี้ มีทั้งหมด 6 ภาพ)

ภาพประกอบ Facebook Profile Picture


หลังจากนั้นให้อัพโหลด ไฟล์ Profile-pic.jpg ไปที่ Profile picture ของเราตามปกติ

แล้วอัพโหลด ไฟล์ 01-05.jpg ไปที่อัลบั้มรูป เสร็จแล้วให้ Tag รูป ตามเรียงตามลำดับ 1-5

 

เสร็จแล้วเราจะได้หน้า Profile อย่างที่ต้องการ 

 

 ภาพประกอบ Facebook Profile Picture ภาพประกอบ Facebook Profile Picture